บันทึกอนุทิน วัน/เดือน/ปี 24 มีนาคม 2558 ครั้งที่ 11
06:39 |
บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิ่น
วัน/เดือน/ปี 24 มีนาคม 2558 ครั้งที่ 11
เข้าสอน 14:10 - 17:30 น.
อาทิตย์นี้ไม่มีการเรียนการสอน อาจารย์ให้สอบวัดความรู้ที่เรียนมา
อาทิตย์นี้ไม่มีการเรียนการสอน อาจารย์ให้สอบวัดความรู้ที่เรียนมา
บันทึกอนุทิน วัน/เดือน/ปี 18 มีนาคม 2558 ครั้งที่ 10
01:56 |
บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิ่น
วัน/เดือน/ปี 18 มีนาคม 2558 ครั้งที่ 10
เข้าสอน 14:10 - 17:30 น.
การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ
ทักษะเด็กพิเศษมีทั้งหมด 3 ทักษะ
- ทักษะทางสังคม
- ทักษะภาษา
- ทักษะการช่วยเหลือตัวเอง
การส่งเสริมพัฒนาการเด็กด้านการช่วยเหลือตนเองและสังคม
ทักษะด้านช่วยเหลือตนเองและทักษะทางสังคม
การช่วยเหลือตนเองและทักษะทางสังคม เป็นความสามารถที่พัฒนาผสมผสานจากทักษะด้านการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย การประสานการทำงานระหว่างตากับมือ เพื่อทำกิจหรรมต่างๆ นอกจากนี้ยังต้องอาศัยความสามารถในการฟัง เข้าใจ และปฏิบัติตามคำขอร้อง รวมทั้งสื่อสารกับคนอื่นๆ ให้เข้าใจ ผู้ที่มีทักษะการช่วยเหลือตนเองและทักษะทางสังคมที่ถูกต้องเหมาะสมจะมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น รวมทั้งมีบุคลิกภาพที่ดี
ประโยชน์การเรียนรู้การช่วยเหลือตนเองและทักษะทางสังคม
1. เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวัน และช่วยเหลืองานบ้าน ตลอดจนประกอบอาชีพตามความสามารถของแต่ละบุคคล เพื่อดำรงชีวิตตนเองและครอบครัวต่อไป
2. ทำให้เด็กมีความมั่นใจและกล้าแสดงออก
3. ทำให้เด็กมีบุคลิกภาพที่ดี มีการประพฤติปฏิบัติตนเองได้อย่างเหมาะสม
4. ทำให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองและต่อผู้อื่น ตรงต่อเวลา และเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นคนดี ของสังคมต่อไป
แบ่งออกเป็น 5 หมวดดังนี้
1. ทักษะทางสังคมและการเล่น
2. การกินอาหารและดื่มน้ำ
3. การแต่งตัว
4. การขับถ่าย
5. ทำความสะอาดร่างกาย
กิจกรรมต่อไป กิจกรรมวงกลม
วัสดุอุปกรณ์
- กระดาษ
- สีเทียน
ผลงานที่ออกมา
อาจารย์แจกเนื้อเพลงให้ร้อง
การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ
ทักษะเด็กพิเศษมีทั้งหมด 3 ทักษะ
- ทักษะทางสังคม
- ทักษะภาษา
- ทักษะการช่วยเหลือตัวเอง
การส่งเสริมพัฒนาการเด็กด้านการช่วยเหลือตนเองและสังคม
ทักษะด้านช่วยเหลือตนเองและทักษะทางสังคม
การช่วยเหลือตนเองและทักษะทางสังคม เป็นความสามารถที่พัฒนาผสมผสานจากทักษะด้านการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย การประสานการทำงานระหว่างตากับมือ เพื่อทำกิจหรรมต่างๆ นอกจากนี้ยังต้องอาศัยความสามารถในการฟัง เข้าใจ และปฏิบัติตามคำขอร้อง รวมทั้งสื่อสารกับคนอื่นๆ ให้เข้าใจ ผู้ที่มีทักษะการช่วยเหลือตนเองและทักษะทางสังคมที่ถูกต้องเหมาะสมจะมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น รวมทั้งมีบุคลิกภาพที่ดี
ประโยชน์การเรียนรู้การช่วยเหลือตนเองและทักษะทางสังคม
1. เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวัน และช่วยเหลืองานบ้าน ตลอดจนประกอบอาชีพตามความสามารถของแต่ละบุคคล เพื่อดำรงชีวิตตนเองและครอบครัวต่อไป
2. ทำให้เด็กมีความมั่นใจและกล้าแสดงออก
3. ทำให้เด็กมีบุคลิกภาพที่ดี มีการประพฤติปฏิบัติตนเองได้อย่างเหมาะสม
4. ทำให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองและต่อผู้อื่น ตรงต่อเวลา และเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นคนดี ของสังคมต่อไป
แบ่งออกเป็น 5 หมวดดังนี้
1. ทักษะทางสังคมและการเล่น
2. การกินอาหารและดื่มน้ำ
3. การแต่งตัว
4. การขับถ่าย
5. ทำความสะอาดร่างกาย
กิจกรรมต่อไป กิจกรรมวงกลม
วัสดุอุปกรณ์
- กระดาษ
- สีเทียน
ผลงานที่ออกมา
บันทึกอนุทิน วัน/เดือน/ปี 10 มีนาคม 2558 ครั้งที่ 9
01:31 |
บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิ่น
วัน/เดือน/ปี 10 มีนาคม 2558 ครั้งที่ 9
เข้าสอน 14:10 - 17:30 น.
วันนี้อาจารย์พูดถึงเรื่องการเตรียมตัวสอบบรรจุข้าราชการ พ.ร.บ. การศึกษาประเทศไทยมี
ทั้งหมด 3 ด้าน
- ภาค ก ด้านแรกสอบเกี่ยวกับความรู้ทั่วไป / มาตรฐานวิชาชีพครู/ สิ่งที่เราได้เรียนมา
- ภาค ข ด้านที่สองจะสอบเกี่ยวกับวิชาเอกของแต่ละสาขา
- ภาค ค ด้านที่สามสอบสัมภาษณ์/ 6 กิจกรรมหลัก
ทัษะเด็กพิเศษมีทั้งหมด 3 ทักษะ
- ทักษะสังคม
- ทักษะภาษา
- ทักษะช่วยเหลือตนเอง
ภาษามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ภาษาเป็นเครื่องมือสำหรับการคิด ซึ่งจะนำไปสู่พัฒนาการทางเชาวน์ปัญญาในขั้นสูง ภาษาเป็นเครื่องมือสำหรับการสื่อสาร ทั้งในการแสดงออกถึงความต้องการ ความรู้สึกนึกคิด และข่าวสาร อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้ โดยเป็นสื่อกลางที่ช่วยให้มนุษย์สามารถถ่ายทอดความคิดที่เป็นนามธรรมได้ การจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยจึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
การกำหนดจุดมุ่งหมายของการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
การกำหนดจุดมุ่งหมายของการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กจึงควรกำหนดให้ครอบคลุมทั้งภาครับซึ่งหมายถึงภาษาที่เด็กใช้ในการทำความเข้าใจ และภาคส่งซึ่งหมายถึงภาษาที่เด็กใช้หรือแสดงออก ทั้งนี้ จุดมุ่งหมายของการจัดประสบการณ์ด้านภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยในภาครับและภาคส่ง สรุปได้ดังนี้1. จุดมุ่งหมายของการจัดประสบการณ์ทางภาษา
1.1 เด็กได้อยู่ในบรรยากาศที่มีการใช้ภาษา
1.2 เด็กได้รับความพึงพอใจและความสนุกสนานผ่านทางภาษา
1.3 เด็กมีโอกาสจำแนกเสียงที่ได้ยิน
1.4 เด็กได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่พรั่งพร้อมไปด้วยการใช้คำใหม่ๆ
1.5 เด็กมีโอกาสฟังและทำความเข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูด
1.6 เด็กมีโอกาสเรียนรู้ที่จะทำตามคำแนะนำ หรือคำสั่ง
2. จุดมุ่งหมายของการจัดประสบการณ์ทางภาษาภาคส่ง
2.1 เด็กมีโอกาสใช้ภาษาอย่างอิสระ ไม่ว่าจะอยู่ในพัฒนาการขั้นใดก็ตาม โดยได้รับกำลังใจ และการยอมรับนับถือต่อความต้องการในการสื่อสารของเด็กเอง
2.2 เด็กได้รับการสนับสนุนให้ออกเสียงอย่างถูกต้อง
2.3 เด็กมีโอกาสเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้เพิ่มเติม
2.4 เด็กได้รับการสนับสนุนให้พูดประโยคที่สมบูรณ์ตามระดับพัฒนาการ
2.5 เด็กได้รับการส่งเสริมให้พูดโดยใช้คำหลายๆ ประเภท ทั้งคำนาม คำกริยา คำคุณศัพท์ ใช้วลี หรือใช้ประโยค
2.6 เด็กมีโอกาสพูดเพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ
2.7 เด็กมีโอกาสใช้ภาษาทั้งในการแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น อาจเป็นการใช้ภาษาเพื่อการแก้ปัญหา การตั้งสมมุติฐาน การสรุปหรือการทำนายเหตุการณ์
2.8 เด็กมีโอกาสใช้ภาษาที่สัมพันธ์กับคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ เช่น ใช้ภาษาในการอธิบายขนาด ปริมาณ เปรียบเทียบ จำแนก จัดหมวดหมู่ หรือแสดงเหตุผล
ทักษะพื้นฐานทางภาษา
- ทักษะการรับรู้ภาษา
- การแสดงออกทางภาษา
- การสื่อความหมายโดยไม่ใช้คำพูด
ความรับผิดชอบของครูปฐมวัย
•การรับรู้ภาษามาก่อนการแสดงออกทางภาษา
•ภาษาที่ไม่ใช่คำพูดมาก่อนภาษาพูด
•ให้เวลาเด็กได้พูด
•คอยให้เด็กตอบ
(ชี้แนะหากจำเป็น)
•เป็นผู้ฟังที่ดีและโตต้อบอย่างฉับไว
(ครูไม่พูดมากเกินไป)
•เด็กไม่ได้เรียนรู้ภาษาจากการฟังเพียงอย่างเดียว
กิจกรรมดนตรีบำบัด
โดยกิจกรรมนี้สามารถบ่งบอกถึงบุคคลิและนิสัยของแต่ละคนได้ว่าเป็นอย่างไร โดยดูจากรูปภาพ
บันทึกอนุทิน วัน/เดือน/ปี 3 มีนาคม 2558 ครั้งที่ 8
10:54 |
บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิ่น
วัน/เดือน/ปี 3 มีนาคม 2558 ครั้งที่ 8
เข้าสอน 14:10 - 17:30 น.
สัปดาห์นี้อาจารย์มีเกมมาให้นักศึกษาเล่น ชื่อ เกมว่ารถไฟเหาะแห่งชีวิต ทำให้เพื่อนๆเกิด
ความสนุกสนานเพลิดเพลินกันทั้งห้องในการเล่นเกมที่อาจารย์นำมาให้เล่นเกิดความผ่อน
คลายก่อนเข้าสู่บทเรียนในสัปดาห์นี้
ภาพที่อาจารย์นำมาให้เล่น
การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ
ทักษะทางสังคม
เป็นความสามารถที่เราสามารถรู้จักเข้าใจความ รู้สึก ความต้องการทางจิตใจ หรือความต้องการต่าง ๆ ของคนที่เราเกี่ยวข้องด้วย รวมทั้ง รู้จักที่จะสร้างสานสายสัมพันธ์ให้มั่นคงด้วยความรัก ความเอาใจใส่เอื้ออาทรต่อผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง รู้จักการแสดงออกอย่างเหมาะสมต่อสถานการณ์ต่าง ๆ
กิจกรรมการเล่น
เด็กวัยนี้อาจยังไม่พร้อมเต็มร้อยที่จะมีเพื่อน แต่ก็จะเริ่มเข้าสังคมและเล่นกับกลุ่มเพื่อนมากขึ้น ระยะ
แรกๆ อาจจะเพียงเข้าไปนั่งใกล้กลุ่มเพื่อนๆ ที่กำลังเล่นอยู่ จากนั้นก็จะค่อยๆ เล่นกับเพื่อนได้ในที่สุด -
ยุทธศาสตร์การสอน
- เด็กพิเศษหลายๆคนไม่รู้วิธีเล่น ไม่รู้ว่าจะเล่นอย่างไร
- ครูเริ่มต้นจากการสังเกตเด็กแต่ละคนอย่างเป็นระบบ
- จะบอกได้ว่าเด็กมีทักษะการเล่นแบบใดบ้าง
- ครูจดบันทึก
- ทำแผน IEP
การกระตุ้นการเลียนแบบและการเอาอย่าง
คือ วางแผนการเล่นไว้หลายๆอย่าง คำนึงถึงเด็กทุกคน ให้เด็กได้เล่นเป็นกลุ่มเล็กๆ 2-4 คน และให้เด็กปกติทำหน้าที่เหมือน "ครู" ให้เด็กพิเศษ
ครูปฎิบัติอย่างไรขณะเด็กๆเล่น
อยู่ใกล้ๆและเฝ้ามองอย่างสนใจยิ้มและพยักหน้าให้ ถ้าเด็กหันมาหาครูไม่ควรชมเชยหรือ
สนใจเด็กมากเกินไป ควรเอาอุปกรณ์มาเพิ่มเพื่อยืดเวลาการเล่นเพื่อให้เกิดความคิดที่เป็นแรง
เสริม
กิจกรรมดนตรีบำบัด
ผลงานที่ออกมา
บันทึกอนุทิน วัน/เดือน/ปี 24 กุมภาพันธ์ 2558 ครั้งที่ 7
09:52 |
บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิ่น
วัน/เดือน/ปี 24 กุมภาพันธ์ 2558 ครั้งที่ 7
เข้าสอน 14:10 - 17:30 น.
สัปดาห์นี้ไม่มีการเรียนการสอน อยู่ในช่วงสอบกลางภาค
บันทึกอนุทิน วัน/เดือน/ปี 17 กุมภาพันธ์ 2558 ครั้งที่ 6
05:13 |
บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิ่น
วัน/เดือน/ปี 17 กุมภาพันธ์ 2558 ครั้งที่ 6
เข้าสอน 14:10 - 17:30 น.
การสอนเด็กปกติและเด็กพิเศษ
การเข้าใจภาวะปกติ
- เด็กมักคล้ายคลึงกันมากกว่าแตกต่าง
- ครูต้องเรียนรู้, มีปฎิสัมพันธ์กันเด็กพิเศษและเด็กปกติ
- รู้จักนิสัยและลักษณะของเด็กแต่ละคน
- มองเด็กให้เป็นเด็ก
การขัดแยกเด็กที่มีพัฒนาการช้า
- การเข้าใจพัฒนาการของเด็ก จะช่วยให้ครูสามารถมองเห็นความแตกต่างของเด็กแต่ละคนได้ง่าย
- วุฒิภาวะ
- แรงจูงใจ
- โอกาส
การเตรียมความพร้อมเด็กหมายถึง การที่เด็กมี พัฒนาการทางด้านต่าง ๆ ทั้งทางร่างกาย อารมจิตใจ
ความสัมพันธ์ อย่างยิ่งกับพัฒนาการของเด็ก
การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
การสอนโดยบังเอิญ
- ให้เด็กเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
- เมื่อเด็กเข้าหาครูมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสในการสอนมากขึ้นเท่านั้น
- ครูต้องพร้อมที่จะพบเด็ก
- ครูต้องมีความสนใจเด็ก
- ครูต้องมีความรู้สึกดีต่อเด็ก
อุปกรณ์
- มีลักษณะง่ายๆ
- ใชประโยชน์ได้หลายอย่าง
- เด็กพิเศษได้เรียนรู้จากการสังเกตและเลียนแบบเด็กปกติ
- เด็กปกติได้เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือเด็กพิเศษ
•เด็กพิเศษไม่สามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำ
•กิจกรรมต้องเรียงลำดับเป็นขั้นตอนและทำนายได้
•เด็กจะรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ
•การสลับกิจกรรมที่อยู่เงียบๆกับกิจกรรมที่เคลื่อนไหวมากๆ
•คำนึงถึงความพอเหมาะของเวลา
ทัศนคติของครู
ความยืดหยุน
•การแก้แผนการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์
•ยอมรับขอบเขตความสามารถของเด็ก
•ครูต้องตอบสนองต่อเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กแต่ละคน
การใช้สหวิทยา
•ใจกว้างต่อคำแนะนำของบุคคลในอาชีพอื่นๆ
•สร้างความสัมพันธ์ระหว่างการบำบัดกับกิจกรรมในห้องเรียน
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้
เด็กทุกคนสอนได้
•เด็กเรียนไม่ได้เพราะไร้ความสามารถ
•เด็กเรียนไม่ได้เพราะขาดโอกาส
เทคนิคการให้แรงเสริม
การให้การเสริมแรง(Reinforcement) เป็นสิ่งสำคัญในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และถือได้ว่าเป็นการให้กำลังใจแก่ผู้เรียนแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การเสริมแรงทางบวก(Positive Reinforcement) และการเสริมแรงทางลบ(Negative Reinforcement)
แรงเสริมทางสังคมจากผู้ใหญ่
•ความสนใจของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็กนั้นสำคัญมาก
•มีแนวโน้มจะเพิ่มพฤติกรรมที่ดีของเด็ก และมักเป็นผลในทันที
•หากผู้ใหญ่ไม่สนใจพฤติกรรมที่ดีนั้นๆก็จะลดลงและหายไป
หลักการให้แรงเริมในเด็กปฐมวัย
•ครูต้องให้แรงเสริมทันทีที่เด็กมีพฤติกรรมอันพึงประสงค์
•ครูต้องละเว้นความสนใจทันทีและทุกครั้งที่เด็กแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึ่งประสงค์
•ครูควรให้ความสนใจเด็กนานเท่าที่เด็กมีพฤติกรรมที่พึ่งประสงค์
ขั้นตอนการให้แรงเสริม
•สังเกตและกำหนดจุดมุ่งหมาย
•วิเคราะห์งาน
กำหนดจุดประสงค์ย่อยๆในงานแต่ละขั้น
•สอนจากง่ายไปยาก
•ให้แรงเสริมทันทีเมื่อเด็กทำได้
หรือเมื่อเด็กพยายามอย่างเหมาะสม
•ลดการบอกบท
เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะก้าวไปขั้นต่อไป
•ให้แรงเสริมเฉพาะพฤติกรรมที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่สุด
•ทีละขั้น ไม่เร่งรัด
“ยิ่งขั้นเล็กเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น”
•ไม่ดุหรือตี
การกำหนดเวลา
•จำนวนและความถี่ของแรงเสริมที่ให้กับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กต้องมีความเหมาะสม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)












.jpg)



.jpg)





.jpg)













